ดูหนังออนไลน์ : T2 Trainspotting โลกเปลี่ยน แต่เราไม่เคยเปลี่ยน

ดูหนังออนไลน์ : T2 Trainspotting โลกเปลี่ยน แต่เราไม่เคยเปลี่ยน ผู้กำกับที่มีชื่อก้องด้านการเล่าเรื่องผสานงานภาพที่สุดแซ่บ หลังจากเคยสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่จดจำจาก ‘Trainspotting’ เมื่อ 20 ปีก่อน ก่อนได้เวลาที่ Danny Boyle จะหยิบชีวิตเกรียนๆ ของพวกเขากลับมาเล่าอีกครั้งในภาคต่อ ‘T2 Trainspotting’ ที่ผมได้รับชมไปในวันนี้

ซึ่งถ้าใครได้ชมภาคแรกที่สร้างไว้เมื่อ 20 ปีก่อนมาแล้ว ก็จะเข้าใจได้ดีเลยว่า หนังภาคนั้นมันช่างมีเนื้อหาที่สุดแนว เดินเรื่องด้วยงานภาพที่สุดจี๊ดสุดแซ่บ แถมยังจบได้แหวกไม่เหมือนใคร เป็นหนังอินดี้ที่สุดจ๊าบในยุคนั้น และก็ยังคงมีหลายที่จดจำมันมาจนถึงวันนี้…

หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกผ่านไป 20 ปี สี่สหายได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่ต่างที่แต่ละคนกลับมาในสถานะที่แตกต่างกันออกไป

ในปัจจุบัน สปั๊ด (Ewen Bremner) ยังคงไม่แตกต่างจากเดิมไปมากนัก ชีวิตยังคงวนเวียนอยู่กับยาเสพติดจนเริ่มคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อให้ชีวิตเส็งเคร็งนี้ได้จบสิ้นไป ขณะที่ ซิคบอย หรือไซม่อน (Jonny Lee Miller) รับช่วงต่อกิจการบาร์ที่กำลังจะเจ๊งจากพ่อ เบ๊กบี (Robert Carlyle) ทนอยู่ในคุกมานาน 20 ปีจนได้เวลาแหกคุกออกมาล้างแค้นสักที และคนที่เขาจะล้างแค้นไม่ใช่ใคร

เรนตัน (Ewan McGregor) คือเพื่อนคนที่เคยร่วมกันเอาเฮโรอีนที่ได้มาไปขายแต่เขาดันฉกฉวยเงินไป ความแค้นตัวเดียวแท้ๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง แถมจะเหมาะเจาะตรงที่เรนตันก็กลับมาเพื่อนในช่วงเวลานี้พอดีเสียด้วย

ถ้าจะถามว่า อยากจะดูเรื่องนี้จำเป็นต้องดูภาคก่อนมาปูพื้นก่อนมั้ย ก็อยากจะบอกว่า ถ้าได้ดูภาคแรกมาก่อนจะซึมซับและอินกับเรื่องราวได้มากกว่ามาก อีกทั้งยังเข้าใจสไตล์ของหนังเรื่องนี้ว่ามันเป็นแบบไหนด้วย ซึ่งถ้าไม่ได้ดูมาก่อน ก็จะไม่ได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลัง

แต่หนังภาคนี้ก็ดูมีความพยายามดีที่จะใส่ภาพจากภาคเก่าเพื่อให้คนได้รื้อฟื้นทันระหว่างดู
เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ถ้าใครยังจำภาคก่อนหน้าได้ เรนตัน พระเอกของเรานี่แหละที่ฉกฉวยเอาเงินที่ได้จากการขายเฮโรอีนไป แต่แอบเอาหนึ่งในสี่วางไว้ในล็อกเกอร์ของสปั๊ด ส่วนคนที่รับเคราะห์กรรมต้องเข้าคุกนอนตารางก็คือเบ๊กบีแต่เพียงผู้เดียว และเมื่อเขาหนีออกจากคุกมาได้ แน่นอนว่าเขาต้องล้างแค้นเรนตันให้สาสมให้ได้

ส่วนที่เหลือของหนังมันคือเรื่องของมิตรภาพและความเป็นเพื่อน เหตุการณ์นี้เหมือนจะเป็นบททดสอบสำหรับพวกเขาทั้งสี่คนได้เป็นอย่างดี

ว่าหลังเหตุการณ์เลวร้ายทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในช่วงวัยรุ่น ตอนนี้พวกเขาเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว แม้ว่าจะไม่มีใครที่ดูมีชีวิตที่ไปได้ดี (แม้แต่เรนตันก็เถอะ) แต่พวกเขาก็เคยเป็นเพื่อนเรียนเพื่อนเตะบอลด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก มีหนทางสองทางที่มันจะออกได้ คือความสัมพันธ์ที่ยาวนานนั้นจะแตกหัก หรือรอยร้าวนั้นจะประสาน

เรื่องราวในหนังจะเป็นบทสรุปและบทพิสูจน์…

ภาคแรกคือผลงานที่ฝากรอยเท้าให้คนได้จดจำ มันเป็นหนังอินดี้สไตล์แนวๆ ที่รวมเอาคนแบบแสบๆ เกรียนๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน แถมยังเล่าแต่เรื่องเลวๆ ทั้งยาเสพติด เซ็กซ์ และอาชญากรรม แถมยังสอดใส่ถ้อยคำที่เสียดสีสังคมเอาไว้ในนั้นด้วย

‘ทีทู’ นี้ก็ไม่ต่างกัน ยังคงเล่าเรื่องของคนกลุ่มเดิมที่เวลาผ่านมา 20 ปี แต่ก็ดูเหมือนไม่มีใครที่ห่างไกลจากยาเสพติดได้จริงๆ แต่ภาคนี้อาจจะพูดเฮโรอีนน้อยลง หากแต่เน้นเล่าเรื่องของการล้างแค้นในสิ่งที่เพื่อนทำเอาไว้เมื่อกาลก่อน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดว่ายังอยู่คืองานภาพและการเล่าเรื่อง

แดนนี่ บอยล์ งานของเขายังคงมากับมุมกล้องเท่ๆ ไม่ซ้ำใคร สีสันจี๊ดจ๊าด ลูกเล่นในการใช้ภาพ จัดเต็มทั้งเรื่อง ผสานเข้าดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์ ใส่ช็อตสั้นๆ จากหนังภาคแรกมาช่วยให้ฟื้นความจำ บางฉากก็ดูรู้ว่าตั้งใจจะทำให้นึกถึงภาคก่อน

ตัวละครอย่างเรนตันจะมีไดอะล็อกที่พูดมากๆ น้อยลงไป อาจทำให้เสน่ห์ที่เคยมีดูขาดหายไปบ้าง ถ้ามองไปถึงเรื่องราวโดยรวมๆ ความจี๊ดจ๊าดยังอยู่ แต่ความสดใหม่อาจจะไม่ปรากฏเท่าไหร่นัก

สิ่งที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดๆ เลยก็คือ เบ๊กบี้ที่ดิ้นรนหนีออกมาจากคุกเพื่อจะได้มาพบว่า โลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปมากแล้ว ลูกชายของเขาไม่ฉายแววความเป็นอาชญากรหลงเหลืออยู่เลย โลกนี้กลายเป็นโลกที่ผู้คนไม่สื่อสารกันโดยตรงเพราะหันไปใช้ให้โซเชียลมีเดียทำหน้าที่แทน

พวกเขาเคยเป็นเพื่อนกัน เคยร่วมเสพยาด้วยกันมา แต่ปัจจุบัน พวกเขายังคงเป็นเพื่อนกันอยู่รึเปล่าอันนี้บางทีก็ไม่แน่ใจ

มีบางประโยคในหนังที่จะบอกกับเราว่า อะไรคือสิ่งที่พวกเขายังไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าอายุของพวกเขาจะบอกว่าอยู่ในวัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม แม้ว่าโลกที่เบ๊กบี้เห็นหลังออกมาจากคุกมันจะเปลี่ยนไปมากมายก็ตาม

เรื่องราวตอนท้าย ทำเอาเราลุ้นอย่างเอาเป็นตาย เพราะไม่อาจคาดเดาได้ง่ายนักว่ามันจะจบลงเช่นใด แต่ก็นับได้ว่าหนังจบได้น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ถึงหนังจะจบแล้ว

Categories: news